ไปเจอมา.........

**ว่าด้วยทัศนคติ**

คนโง่ดูหมิ่นความดี
มองโลกในแง่ร้ายด้านเดียว
จึงได้รับแต่สิ่งชั่วร้าย และชีวิตตกต่ำ
ยามพบสิ่งดีจะไม่เข้าใจ จึงมักพลาดโอกาสใหญ่

คนฉลาดชอบทำดีและติดดี
มักมองโลกในแง่ดีด้านเดียว
จึงได้รับแต่สิ่งดีโดยมาก
ครั้นพบสิ่งชั่วร้าย จะทนไม่ได้ ทำใจไม่เป็น
ต้องถอยหนี ดวงใจแตกร้าว
ชีวิตจึงระคายเคืองและมีปฏิฆะเร้นลึก

คนเจ้าปัญญาละชั่วเด็ดขาด และทำดีเป็นนิสัยโดยไม่ติดดี
ละแม้ความดีเข้าสู่ความบริสุทธิ์
จึงเห็นที่สุดแห่งความเป็นจริงแท้แห่งโลกว่า
ทุกสิ่งในโลกมีทั้งคุณ โทษ และความเป็นกลางอยู่
จึงบริหารสถานการณ์ได้ และทำใจได้ในทุกภาวการณ์

ว่าด้วยการวิพากษ์วิจารณ์

คนโง่ มัววิพากษ์วิจารณ์ นินทาคนอื่น
คนอื่นจึงเจริญ แต่ตนเสื่อม
และเพราะไม่จริงใจกับใคร จึงไม่มีใครจริงใจด้วย
เขาคือมิตรเทียม และย่อมมีแต่มิตรเทียม

คนฉลาดมัววิพากษ์วิจารณ์ตนอย่างที่เป็น
โดยไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ตนต้องเป็นไป
จนไม่พอใจตัวเอง จนต้องถล่มทลายตนเนืองๆ
คนอื่นจึงมักไม่เข้าใจเขา และเคียงข้างเขาด้วยความกังขา

คนเจ้าปัญญา ย่อมไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร
ด้วยแจ่มแจ้งว่า ทุกคนย่อมเปลี่ยนไป
เขาย่อมเลี่ยงคนที่ชอบวิจารณ์ตนและคนอื่น
ทุกคนจึงสบายใจที่จะอยู่ใกล้เขา
เขาย่อมเป็นมิตรแห่งตน และมีมิตรที่แท้มั่นคง


ว่าด้วยความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์

คนโง่ มัวมองแต่ความชั่วร้ายในคนอื่น
จึงหยิบยื่นแต่โทษให้แก่กัน
และได้รับความทุกข์ตรม ระทมใจเป็นของกำนัล

คนฉลาด มองแต่ความดีในคนอื่น
จึงหยิบยื่นคุณค่าให้แก่กัน
และได้ความสุขระคนทุกข์ จากความคาดหวังเป็นของกำนัล

คนเจ้าปัญญา มองทั้งความดีและความชั่วในตัวทุกคน
พยายามควบคุมโทษแม้เล็กน้อยที่อาจเกิดระหว่างกัน
ปฏิสัมพันธ์ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
จึงได้รับความเจริญ และความอบอุ่นอันยั่งยืนเป็นของกำนัล


ว่าด้วยสำนึกในส่วนรวม

คนโง่ คิดแต่เรื่องส่วนตัว
ทำอะไรก็เพื่อตนเอง
แม้อาจทำให้คนอื่นเสียหาย
จึงเป็นที่รังเกียจ สังคมไม่ต้องการ

คนฉลาด คิดแต่เรื่องส่วนรวม
ทำอะไรก็เพื่อส่วนรวม
แม้อาจทำให้ตนเสียหาย
สังคมต่างต้องการ แต่ตนไม่อาจตั้งอยู่ได้

คนเจ้าปัญญา คิดแต่เรื่องคุณธรรม
ทำอะไรก็เพื่อประโยชน์สุขทุกฝ่ายในทุกกาลเวลา
จึงเป็นที่ต้องการของทุกฝ่าย
ในขณะที่เขาอาจจะไม่ต้องการใครเลย


ว่าด้วยอิทธิพล

คนโง่ ทำอะไรก็อ้างผู้อื่น
ความรับผิดชอบจึงไม่เต็มเปี่ยม
ไว้ใจไม่ได้เต็มที่

คนฉลาด ทำอะไรก็อ้างอุดมคติ
แม้หวังดีจริงแต่มักเพ้อเจ้อ
แม้ไว้ใจได้ในเรื่องความหวังดี
แต่วางใจไม่ได้เต็มที่ในเรื่องความพอดี

คนเจ้าปัญญา ทำอะไรก็คำนึงถึงประโยชน์ที่เป็นไปได้
และพาทุกฝ่ายสู่เป้าหมายร่วมกัน
จึงไว้วางใจได้มากที่สุด


ว่าด้วยการสั่งสอน

คนโง่ ชอบสอนความโง่ของคน
ด้วยการก่นด่าส่วนที่โง่ของเขา
ยิ่งสอนจึงยิ่งโง่ ทั้งคนสอนและคนถูกสอน

คนฉลาด ชอบสอนความฉลาดของคน
โดยการกระตุ้นให้คิด พูด ทำอย่างชาญฉลาด
จึงเกิดบรรยากาศสร้างสรรค์ ได้สิ่งใหม่ๆเสมอ
ยิ่งสอนจึงยิ่งแตกฉาน และสนุกสนานทั้งคนสอนและคนถูกสอน

คนเจ้าปัญญา ชอบสอนโดยไม่สอน
ด้วยการนำผู้ถูกสอนไปสู่แหล่งกำเนิดปัญญาโดยแท้ เพื่อให้รู้เอง
จนรู้จริงและรู้ยิ่งๆขึ้นไปถึงที่สุด
ยิ่งสอนจึงยิ่งล้ำค่า และร่าเริงในสัจจะอันยิ่ง
และได้มหาปราชญ์เป็นเพื่อนร่วมทางอีกมากมาย


ว่าด้วยคุณค่าแท้

คนโง่ ยึดถือถ้อยคำ
จึงได้แค่ความจำอันฉาบฉวย

คนฉลาด ดูดซับความหมาย
จึงได้ความเข้าใจอันลึกซึ้ง

คนเจ้าปัญญา กลั่นคุณค่าแห่งความหมายเป็นคุณสมบัติแห่งตน
จึงได้พัฒนาการอันยิ่งใหญ่

********************************

Comment

Comment:

Tweet

#4 By ttt (103.7.57.18|110.171.38.60) on 2012-06-13 23:13

5555 ปะป่นกันไป เป็นคนดีก้พอ big smile

#3 By k.only on 2011-11-14 10:47

http://www.okhermesoutlet.com/ Hermes Birkin Bags Outlet Replica
http://www.usalouisvuitton2you.com/ Cheap Louis Vuitton Bags Outlet
http://www.coachoutlet2you.com/ Coach Factory Outlet Online
http://www.ugguk2you.com/ Cheap UGG Boots

#2 By missseo on 2011-10-29 13:28

อ่า.....า บางทีก็ โง่ ฉลาด ปราชญ์ปัญญา ปนๆกันไป
แต่ ปัญญาดูจะน้อยหน่อย เหอะๆๆๆๆ

#1 By posasa on 2011-10-29 10:55