** วัคซีนป้องกันโรคอกหัก **

 
 
  วัคซีนที่ได้ผลที่สุดในการป้องกันโรคอกหัก คือ
"ต้องไม่ผลีผลามไปคิดรักใครอย่างเด็ดขาด"

  "อกหัก" คืออะไร ถ้าตอบตามพจนานุกรมไทย
คือ อาการของคนที่พลาดหวังในความรัก
ที่จริงความรักแบบหนุ่มสาว หรือ แบบชีวิตคู่ นี้
จะมีความทุกข์อยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว
อย่างที่ท่านเคยพูดไว้ว่า "ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีทุกข์"
แต่อาการอกหักนี้ จะเป็นความทุกข์ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย
คือ เมื่อเราเกิดความรักขึ้นมาเมื่อใด แล้วไม่ได้รับการสนองตอบ
ก็จะเกิดการทุกข์ใจขึ้นมาทันที เข้าหลักพุทธธรรมที่ว่า
"มีความปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น ๆ ก็เป็นทุกข์ "


  คนเรานั้นไม่สามารถที่จะไปบังคับใจให้ใครมารักเราได้ตามความปรารถนาได้
และเมื่อเรารักใครแล้วมันไม่สมปรารถนา ผลก็คือจะเกิดอาการ "อกหัก"
หรือความรู้สึกพลาดหวังจากความรักโดยอัตโนมัติ
นี้เป็นกฏที่เป็นไปตามหลักเหตุผลตามธรรมชาติ


  "การไม่ผลีผลามไปรักใครอย่างเด็ดขาด"
จึงสามารถป้องกันอาการอกหักได้อย่างแน่นอน
 
 
                                                                                                       
 
 

  "โห..! พี่ เล่นบอกไม่ให้รักใครอย่างนี้ พูดง่ายดี แต่ทำยากนะพี่
แล้วอีกอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ให้ไปรักใครแล้ว
ผมมิต้องอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต ลูกเมียไม่ต้องมีเลยเรอะ อย่างนี้ก็ตายพอดีสิ"


  แน่นอนว่าเสียงคำทักท้วงประเภทนี้จะต้องมีแน่ จึงขออธิบายต่อไปเลยว่า
คำว่า "ไม่ผลีผลามคิดรักใคร" นั้น คงต้องเข้าใจคำว่า "ผลีผลาม" ให้ชัดเจนเสียก่อน


  คำว่า"ผลีผลาม" หมายถึงการกระทำใดใด ที่ขาดสติ รีบร้อนรนด่วนกระทำ
มีผลให้ได้รับความเดือดร้อนเพราะการกระทำของตนนั้น ๆ


  ยกตัวอย่าง คนที่มีนิสัยผลีผลาม เมื่อมาเห็นชามน้ำแกงเดือด ๆ
มีลูกชิ้น หมูสับ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น
ด้วยความอยากของตัวเอง เขาจึงรีบเอาช้อนตักน้ำแกงเดือดนั้นซดเข้าปากทันที
ผลจากการผลีผลามด่วนกระทำลงไปเป็นเช่นไรก็คงจะเดากันได้
 
 
 
                         
 
 
  ตามหลักพุทธศาสนา
ท่านว่ายังมีความรักอีกประเภทหนึ่งที่มีไม่มีโทษ
มีความบริสุทธิ์ เกื้อกูลต่อสุขภาพจิต
เป็นความรักที่ปราศจากขอบเขต
ที่เรียกว่า "เมตตา"


  พระพุทธเจ้าของเรามีความรักแบบ"เมตตา"อย่างไม่มีประมาณ
ท่านจึงสอนบ่อยๆ ในพระไตรปิฎก
ให้ชาวพุทธให้รู้จักเจริญเมตตาทุกลมหายใจเข้าออก
เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพจิต ทำให้มีสติปัญญาแจ่มใส
และอานิสงส์ที่คิดว่าน่าจะถูกใจสำหรับคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ก็คือ "เมตตา"
จะทำให้ผู้เจริญภาวนานั้นกลายเป็นบุคคลที่เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย


  "เมตตา" เป็นสิ่งที่เราสามารถฝึกฝนได้เป็นประจำทุกวัน
คนที่มีเมตตาเวลาเขาได้พบเห็นใคร เขาก็จะมีเมตตากับคนนั้นก่อนเลย
โดยไม่เลือกว่าจะเป็นหญิงหรือชาย เป็นคนหนุ่มสาวหรือคนชรา
ความเมตตาเป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐาน
ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์
ความรักชนิดนี้มีอยู่ในใจของผู้ใดแล้ว
ความรู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยวของผู้นั้นก็จะหมดไปเอง...
 
            
 
 

  แล้วทีนี้ในความสัมพันธ์ทางสังคม
เมื่อเราได้มีโอกาสพบปะผู้คน ได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน
เราก็จะได้รู้จักผู้คนมากมาย
ในจำนวนนี้อาจจะมีเพศตรงข้ามที่เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับเรา
ที่อาจจะเข้ามาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรา


  ในขั้นแรกของความสัมพันธ์ที่ดีคือ
"มิตรภาพในเชิงเมตตา"
คือ มองเห็นเพศตรงข้ามเหมือนญาติสนิท
มีความรักใคร่กันเหมือนญาติพี่น้อง ช่วยเหลือกันและกัน
ทีนี้เมื่อมีความสนิทสนมรู้จักนิสัยใจคอกันมากขึ้น
ได้เห็นข้อดีข้อบกพร่องของแต่ละฝ่ายและยอมรับกันได้
ความรักในเชิงหนุ่มสาวก็จะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมาเอง
ในบางครั้งเมื่ออยู่ในสถานการณ์ลำบากด้วยกัน
ย่อมมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ตรงนี้ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจตามธรรมชาติมันก็เกิดขึ้น
และก่อตัวเป็นความรักแบบหนุ่มสาวขึ้นมาอย่างเป็นไปเองตามธรรมชาติ


  นี้คือวิธีเลือกสรรคู่ชีวิต
ด้วยการน้อมนำคุณธรรมข้อ "เมตตา" มานำชีวิตให้ดำเนินไป
ความรักแบบนี้จึงไม่สะเปะสะปะ ไม่ต้องไปเที่ยวรักคนนั้นคนนี้ทั่วทิศทั่วแดน
กลายเป็น "คนเหงาจังเลย" อย่างที่เห็นอยู่ทั่วไป


  อนึ่ง พึงควรระวังไว้ว่า ความรักที่ปราศจากความเมตตานั้น
เป็นความรักที่เอาเปรียบกันได้ง่าย
บางทีถึงขึ้นหลอกลวงกัน หรือ ก่ออาชญากรรม


  แน่นอนที่สุด คนที่ชอบรักแบบผลีผลาม
ก็ย่อมจะต้องพบกับอาการ"อกหัก" อย่างแน่นอนที่สุด ไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้เลย
 
 


"รักอย่างมีสติ" จะห่างไกลจากคำว่า "อกหัก"
เพราะ รักนั้นเริ่มต้นด้วยคุณธรรม ไม่ใช่เอากิเลสมานำ
ความเมตตาจะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจ
ให้เรามีความสัมพันธ์ต่อเพื่อนมนุษย์ในหนทางที่ถูกต้อง


คนที่มีเมตตาประจำใจย่อมเป็นที่รักของคนทั้งหลาย
ในบรรดาผู้คนทั้งหลายที่มารักใคร่เรา
ในจำนวนนั้นย่อมจะมีคู่ชีวิตในอนาคตของเราอยู่ในนั้นด้วย


  ให้ทุกสิ่งทุกอย่างได้เป็นไปตามครรลองแห่งธรรมชาติ
แล้วชีวิตของเราก็จะสมดังความปรารถนา  โดยไม่ต้องไปเที่ยววิ่งแสวงหาแต่อย่างใด
 
 
 
 
ขอบคุณที่มา :-http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=325.0 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

อีกหนึ่งบทความดี ๆ ค่ะ ^_____^

รักนี้ เพื่อใคร.......

ชีวิต นี้คุณพูดคำว่ารัก "รักเธอ" กี่ครั้ง กับคนกี่คน
แต่ละคน คุณพูดว่า "รักเธอสุดหัวใจ" รึเปล่า
แล้วตอนนี้ คนที่คุณพูดคำนั้นด้วย ยังอยู่ใกล้ ๆ คุณรึเปล่า ???

เคยได้ยินคนที่เขาคอยเตือนเรามั้ย
ว่า รักใครอย่ารักหมดหัวใจ รักครึ่งเดียวพอ
ใครบางคนไม่ต้องบอก เขาก้อทำได้ เพราะเขาอาจไม่เคยรักใครจริง ๆ
แต่ใครบางคนรักสุดหัวใจ กับทุก ๆ ครั้ง เพราะเขามองหาแต่รักแท้

แล้วเคย อกหัก กันบ้างรึเปล่า ???
อย่าบอกเลยนะ ว่าไม่เคย
แล้ว เจอแบบไหนกันบ้าง แบบนี้รึเปล่า
เราเป็นเพื่อนกันนะ เราคงไปด้วยกันไม่ได้
แล้วเคยเดินตามเขาไปไหม ว่าเขาไปกับใครต่อ (ที่ไปด้วยกันได้)


รับรองว่าร้อยทั้งร้อย
ถ้ายังไม่มีใครใหม่ เค้าก้อจะยังสนุกกับของเล่นชิ้นเดิม

แล้วถ้าเขาทำแบบนั้นกับเรา คุณจะยังรักเค้าอีกมั้ย
ยังรักสุด หัวใจอีกรึเปล่า คุ้มแล้วเหรอ ที่จะเศร้าที่จะเสียใจให้
ไม่คุ้มหรอก คนที่เราสมควรรัก คือคนที่รักเราและหวังดีกับเรา
คนที่จะไม่มีวันทิ้ง เราไป คนที่จะยืนอยู่ข้างเราเสมอต่างหากล่ะ

ถ้าเขามาผลักให้คุณล้ม
แล้วคุณล้มและร้องไห้อยู่ตรงนั้น คุณก็คือผู้แพ้
แต่หากคุณไม่ล้ม และยังยืนอยู่อย่างสง่า คุณก้อคือผู้ชนะ
อยากร้องก้อร้องไป ไม่มีใครห้าม
เชื่อว่าวันนึงคุณก้อเบื่อที่จะร้องทุก ๆ วัน
อดทน หายใจต่อไปก้อพอแล้ว
แค่หายใจ ไม่หนักหนานี่นา เดี๋ยวก้อดีเอง
ใคร ๆ ก้อเคยเจอ ใคร ๆ ก้อเคยเจ็บ
ถ้าทุกคนที่อกหักแล้วต้องตาย โลกนี้คงร้าง

วันนี้หากคุณต้องอยู่คนเดียว (อีกครั้ง)
อย่าลืมถามตัว เองล่ะ ว่ารักที่เคยอยู่ในใจ
คุณจะเก็บเอาไว้เพื่อใคร เพื่อตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ...???

#6 By ? on 2010-12-18 19:41

ขอบคุณ สำหรับวัคซีนที่ไปคอมเม้นที่บล็อค
เป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจ

แต่ก่อนเคยเชื่อว่าวันเวลา และคำมั่นสัญญาทำให้ความรักมั่นคง ...มันไม่จริง

#5 By (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* on 2010-12-15 19:51

ู^
^
^

เป็นกำลังใจให้นะคะ
ซักวันหัวใจคุณนีโอ คงกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งค่ะ
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ เห็นว่า น้ำหนักลดตั้ง 8 กิโล สู้ ๆ ค่ะ

เราเองก็เพิ่งได้เรียนรู้ว่า....วันเวลา และคำสัญญาใด ๆ ไม่ได้เป็นตัวกำหนด
ว่าความรักที่มีจะยั่งยืน ไม่เปลี่ยนแปลง...

ธรรมชาติของ ความรัก ก็มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เช่นเดียวกันสิ่งอื่น ๆ

ไม่เป็นไรนะ พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว... ^___^

ปล. มีคนบอกว่าข้อดีของการอกหัก มีอยู่ข้อเดียวก็คือ ลดน้ำหนักได้ น่ะค่ะ
confused smile

#4 By ? on 2010-12-15 17:19

กำลังอกหักเลย แม่หมู
แต่รับรองไม่ได้ ผลีผลาม
เหตุผลเดียว ที่ได้รับ คือ ทุกคนมีสิทธิเปลี่ยนใจไม่ใช่เหรอ? ... ทั้งๆ เราคิดว่าเรามั่นใจกับเค้าเพราะเวลาผ่านมาเป็นปีแล้ว

#3 By (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* on 2010-12-15 14:43


ุ^
^
^
ขอบคุณมาก ๆ นะคะคุณอี๊ด
ที่คอยให้กำลังใจและคอยห่วงใยเสมอมา..

...เราไม่รู้จะตอบแทนทุก ๆ สิ่งดี ๆ ที่คุณอี๊ดมอบให้ได้ยังไง
และต้องขอโทษมากมายที่เราเป็นเพื่อนที่ไม่ดีเลย
ที่บางครั้ง เราก็หายไปเฉย ๆ บางทีก็ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ - -"
ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะ กับนิสัยแย่ ๆ แบบนี้


คุณอี๊ดเคยให้เบอร์โทร แต่เราก็ไม่กล้าโทรไป...
ได้แต่เก็บความรู้สึกต่าง ๆ ของเราไว้ในใจ
ซึ่งทุกวันนี้ วัน-เวลา ได้ช่วยให้ความรู้สึกต่าง ๆ ดีขึ้นมามากแล้วนะคะ

....หลัง ๆ นี่ พยายามไปอ่านบทความเพื่อเรียนรู้
และเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตให้ได้มากที่สุด...
เห็นบทความอันไหนที่ชอบ ก็เก็บเอามาไว้อ่านน่ะค่ะ


ปล. เราไม่ได้เล่นเฟซบุคเลยค่ะคุณอี๊ด...
ขำจังทำงานด้านคอมฯ แต่ไม่เคยเล่น sad smile
ขอบคุณคุณอี๊ดอีกครั้งนะคะ สำหรับทุก ๆ อย่างที่ผ่านมา
ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ



#2 By ? on 2010-12-15 11:35

Hot! ช่วงนี้อี๊ดมีคนรู้จักอยู่3คนค่ะ
ที่กำลังอยู่ในภาวะอกหัก ชีวิตคู่ล่มสลายเพราะบุคคลที่3
สงสาร เห็นใจ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนอกจากให้กำลังใจ
เป็นกำลังใจให้แม่หมูนะคะ
ถ้าว่างๆไปเล่นเฟซบุ๊คกันค่ะ จะได้คุยกันบ่อยๆbig smile

#1 By eeddy(อี๊ด) on 2010-12-15 07:59